การพัฒนาเศรษฐกิจไทยให้มีความเจริญก้าวหน้าด้วย AEC

aec

การพัฒนาเศรษฐกิจไทยถือว่าเป็นเรื่องที่สำคัญอย่างมากเพื่อที่จะทำให้ประชาชนทุกภูมิภาคมีรายได้เพิ่มขึ้น การพัฒนาเศรษฐกิจเป็นเรื่องที่สำคัญของทุกประเทศไม่ว่าประเทศนั้นจะระดับเศรษฐกิจ สูง กลาง ต่ำ ประเทศไทยในตอนนี้ถูกจัดว่าเป็นประเทศที่มีเศรษฐกิจในระดับปานกลาง ประเทศไทยได้อยู่ใน AEC เริ่มแรกมีอยู่ด้วยกัน 6 ประเทศ ไทย บรูไน อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ ต่อมาได้มีประเทศเข้าร่วม 4 ประเทศก็คือ ลาว กัมพูชา พม่า และเวียดนาม การที่ประเทศไทยได้เข้าร่วม AEC ถือว่าเป็นผลดีของประเทศ เพื่อที่ประเทศไทยทุกภูมิภาคจะมีความเจริญก้าวหน้าทางเศรษฐกิจ เนื่องจาก AEC นั้นเปิดช่องทางการค้าอย่างเสรี เพื่อวัตถุประสงค์ทางการค้าทั้งด้านภาษี และไม่ใช่ภาษี การเปิดการค้าเสรีเป็นช่องทางที่ให้ประเทศไทยนั้นเกิดรายได้มากขึ้นอย่างเช่น สินค้า otop ที่เป็นสินค้าของภูมิภาคนั้นๆ ได้มีการส่งออกมากขึ้น และมีสินค้าอันหลากหลายเนื่องจากวัตถุดิบในแต่ละภาคแต่ละพื้นที่จะไม่เหมือนกันจึงเป็นช่องทางที่ให้ผู้บริโภคที่เป็นชาวไทย และต่างชาตินั้นเลือกสินค้าตามที่ต้องการได้มากขึ้น การที่ประเทศไทยเข้าร่วม AEC ผลดีก็คือทำให้ทั้งในเรื่องการผลิต การลงทุน การบริการ สามารถมีการเคลื่อนย้ายเสรีมากขึ้น แล้วยังเพิ่มความสามารถทางด้านต่างๆ ทั้งภูมิปัญญา นโยบายการแข่งขัน และโครงสร้างพื้นฐานทางเศรษฐกิจให้ดียิ่งขึ้น แล้วยังสามารถช่วยเพิ่มการลงทุนของประเทศไทยมากขึ้นเนื่องจากได้มีการค้าเสรีเกิดขึ้น สามารถทำให้ผู้ประกอบการต่างๆ ในประเทศไทยใช้วัตถุดิบผลผลิตร่วมกัน เป็นพันธมิตรทางธุรกิจในประเทศอาเซี่ยนอื่นๆ มากกว่าเดิม ประเทศไทยยังสามารถมีอำนาจในการต่อรองของการค้าโลกได้อีกด้วย

otop

ประเทศไทยในปัจจุบันเป็นประเทศที่กำลังพัฒนาทางด้านเศรษฐกิจให้ดีขึ้นเหมือนชาติอื่นๆ โดยเฉพาะสินค้า otop ที่มีฐานผลิต และวัตถุดิบสินค้าแตกต่างกันออกไปตามภูมิภาคจะมีผลิตภัณฑ์ที่ไม่เหมือนกัน และประโยชน์ที่ได้รับรูปแบบสินค้าก็จะแตกต่างกันออกไปสามารถนำเป็นสินค้าส่งออกไปยังประเทศเซี่ยนได้อย่างเสรี AEC จึงมีประโยชน์ และความสำคัญอย่างมากต่อการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศไทย

การเคลื่อนไหวเศรษฐกิจภายในประเทศและเศรษฐกิจโลก

economic-macroการพัฒนาเศรษฐกิจในอดีตนั้นเราต้องการมุ่งเน้นแต่เศรษฐกิจเพียงอย่างเดียว เพื่อต้องการหนีจากคำว่า ประเทศกำลังพัฒนาหรือประเทศที่โลกที่สาม แต่ผลกลับตรงกันข้ามประชากรของเรากลับมีคนจนขึ้นเรื่อยๆ มีปัญหาสังคมเพิ่มมากยิ่งขึ้น เพราะเราไม่ได้ให้ความสำคัญกับคำว่า การจะพัฒนาคนต้องพัฒนาจิตใจ เพราะในช่วงภาวะเศรษฐกิจฟองสบู่แตกก็เกิดจากบุคคลบางกลุ่มทำให้ ประชากรเดือดร้อน เศรษฐกิจตกต่ำที่สุดในประวัติศาสตร์ถือว่าเป็นบทเรียน ปัจจุบันเราต้องศึกษาแบบกว้างๆทั้งในประเทศและต่างประเทศ

การเคลื่อนไหวเปลี่ยนแปลงเศรษฐกิจภายในประเทศ มีอยู่ 4 หลักใหญ่ๆ คือ การเปลี่ยนแปลงในสภาวะเศรษฐกิจมีอัตราขยายตัวอยู่ในเกณฑ์ที่ดี อุตสาหกรรมนั้นเข้ามามีบทบาทการผลิตสูง ภาคการเกษตรถือว่าเป็นแหล่งสร้างรายได้ให้กับประชาชน และกำลังเติบโตมากขึ้นเป็นรากฐานการสร้างมูลค่าทางการตลาด แต่ในด้านทรัพยากรธรรมชาติได้มีการเสื่อมโทรมมากยิ่งขึ้น แต่สำหรับทิศทางการพัฒนาประเทศนั้นเราจะเน้นคำนึงถึงสถานการณ์ความเสี่ยงที่เกิดขึ้น จากการเปลี่ยนแปลงในระดับโลกและในประเทศ ส่วนการเคลื่อนไหวเศรษฐกิจโลกนั้นจากปัญหาวกฤตด้านเศรษฐกิจได้มีการปรับเปลี่ยนแผนโครงสร้าง การลงทุน การเงิน ด้านสังคมและสิ่งแวดล้อม ให้ความคุ้มครองเรื่องทรัพย์สินทางปัญญาและสร้างความร่วมมือกันระหว่างประเทศ จากการคาดเดาของนักวิชาการในอนาคตกลุ่มชนชั้นจะเพิ่มจำนวนเห็นได้จากกลุ่มที่ทำการค้าขายเสรีหลายประเทศเอามารวมกันมากขึ้น

ทิศทางการพัฒนาประเทศ คนไทยเรา มักคำนึงถึงความเป็นไทยในส่วนใหญ่ มีความเป็นมิตร ยึดมั่นถือเศรษฐกิจพอเพียงและประชาธิปไตย เพื่อวิสัยทัศน์การพัฒนาอย่างยั่งยืน ควรปลูกฝังจิตใจให้คนในประเทศคิดดีทำดี ถ้ารากฐานของประชากรดีอยู่แล้ว เศรษฐกิจก็จะดีตามขึ้นไปด้วย ตามวิสัยทัศ สังคมจะมีความสุข ด้วยความเสมอภาค มีความเป็นธรรม และ เรียนรู้ในการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา bangkok

การพัฒนาเศรษฐกิจ ในรูปแบบออนไลน์

online                ในปัจจุบันการทำธุรกิจต่างๆนั้น ได้พัฒนาการตลาดเข้าสู่ในโลกออนไลน์มากขึ้น การแข่งขันเยอะขึ้น เป็นสัญญาณที่ดี เพราะ หมายถึงการเติบโตอย่างรวดเร็ว ซึ่งตอนนี้การโฆษณาในสื่อโซเชียว ทางเว็บไซต์ เช่น การขายของต่างๆ การท่องเที่ยว ทำให้เราเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายมากขึ้นโดยไม่ต้องใช้ต้นทุนสูงมากจนเกินไป เพื่อสร้างโอกาส ทำยอดขายให้ดีขึ้นด้วย สมัยก่อนเราจะมีวิธีโฆษณาใน ทีวี วิทยุ แต่ตอนนี้ มีช่องทาง อื่นๆ เช่น ยูทูป เฟสบุ๊ค อินสตาแกรม และ ในเว็บไซต์ google ต้องจำเป็นต้องทำอันดับเว็บไซต์ด้วย หรือ seo นั้นเอง

การขายของออนไลน์นั้น เราต้องเลือกกลุ่มเป้าหมาย ศึกษากลุ่มนั้นๆให้ดีเสียก่อน อย่างเช่น เราขายครีม แต่เราไปโพสที่ห้อง ขายรถมือ 2 แบบนี้ถือว่า มีความเสี่ยงที่สินค้าเราจะขายไม่ได้สูง แต่ถ้าเราเน้นคนที่สนใจ ครีมบำรุงผิวอยู่แล้ว โอกาสที่เขาจะหันมาใช้ ผลิตภัณฑ์ ของเราก็มีมากขึ้นไปด้วย ส่วนกลยุทธ์ทางการตลาดนั้น เราต้องหาจุดเด่นจุดขาย เพื่อให้คนเขาสนใจ เมื่อเรามีกลุ่มลูกค้าแล้ว เราควรซื่อสัตย์กับลูกค้า ตรงต่อเวลา เพื่อให้ลูกค้าประทับใจจะได้กลับมา ซื้อสินค้าของเรา และ บอกต่อๆกับกลุ่มเพื่อนอีกด้วย ส่วนทางเว็บไซต์ เราต้องทำเว็บไซต์ให้มีคุณภาพ เพื่อให้ google จัดอันดับของเรา แล้วยิ่งถ้า เว็บไซต์ของเราอยู่ในหน้า 1 ของ google โอกาสที่คนกำลังต้องการสิ้นค้านั้นๆ เข้ามาดูเว็บไซต์ของเราก่อน ในข้อนี้มีผลต่อยอดขายมากๆ

เห็นแบบนี้แล้วถ้าเราศึกษาแล้วมาลงมือทำ โอกาสที่จะประสบความสำเร็จนั้นมีสูงมาก เพราะ สมัยนี้เปรียบเหมือนในยุค โซเซียล ซึ่งกำลังเป็นที่นิยมทั่วโลก สมมุติว่า เราต้องการหาซื้อ มอเตอร์ไซต์มือ 2 เป็นจำนวนมากที่เข้ามาหาข้อมูล ใน อินเตอร์เน็ตอย่าง google ซึ่งได้รับความนิยมสูงสุดในไทย ถือว่าสะดวกมากๆในการหาข้อมูล หรือ ขายรองเท้า เสื้อผ้า เราไม่ต้องนั้งรถ ตากแดด เดินให้เมื่อย แล้วยังไม่ได้สิ่งที่ต้องการอีก ทำให้ขายของออนไลน์ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว

แบ่งปันความรู้สู่ท้องถิ่นพัฒนาเศรษฐกิจต่อไป

     การแบ่งปันความรู้ต่างๆย่อมเป็นผลดีเสมอเพราะความรู้บางครั้งอาจได้มาจากการทดลอง ได้มาจากหนังสือ ได้มาจากตัวเราเอง หรือประสบการณ์ต่างๆที่สั่งสมไว้ อาจจะเป็นบทเรียนที่ในโรงเรียนไม่มีสอน นั่นคือความรู้ที่จะต้องนำมาช่วยเหลือและพัฒนาเศรษฐกิจต่อไป พูดถึงเรื่องการแบ่งปันความรู้นั้นมีหลายวิธีครับ อย่างเช่นการอบรมในท้องถิ่นต่างๆ ให้ความรู้แก่ชุมชน ฝึกอาชีพให้ชุมชนมีความรู้และนำไปพัฒนาชุมชนต่อไป การแบ่งปันความรู้ต่อมาคือ การเขียนหนังสือ ในสิ่งที่ตนเองรู้ เพื่อกระจายความรู้ให้แก่ผู้อ่าน สื่อการเรียนการสอนควรมีสื่อประเภทนี้ไว้ในโรงเรียนทุกโรงเรียนเพราะเป็นการอธิบายในรูปแบบหรือวิธีการใหม่ๆ นอกเหนือจากการเรียนแบบเก่าๆซึ่งจะได้ประโยชน์และเข้าใจได้มากกว่าการเรียนการสอนแบบเดิมๆ เปิดฝึกวิชาชีพขั้นพื้นฐานต่างๆ เช่นการประกอบอาหาร สอนให้ชุมชนนั้นๆทำอาหารได้ เพื่อนำอาชีพไปเลี้ยงครอบครัวในภายภาคหน้า ฝึกชุมชนให้ใช้คอมพิวเตอร์เป็นมากขึ้นเพราะในโลกอินเตอร์นั้นมีความรู้สะสมไว้เป็นจำนวนมาก และชุมชนก็ยังมีสิทธิที่จะสานต่อความรู้ที่ได้รับอีกด้วย สิ่งที่กล่าวมาคือการแบ่งปันความรู้ในท้องถิ่นเพื่อช่วยพัฒนาเศรษฐกิจของไทยที่กำลังย่ำแย่อยู่ในขณะนี้ให้ดีขึ้น หากพวกเราไม่ช่วยกันแบ่งความรู้ต่างๆให้แก่ชุมชน ชุมนมก็ไม่จะไม่แสวงหาความรู้เข้าตัวและก็ไม่มีแนวคิดที่จะพัฒนาตนเองและพัฒนาประเทศอีกต่อไปหากชุมชนมีความความแข็งแรงผมหวังว่าพวกเราทุกคนจะมีแรงผลักดันและสู้กับปัญหาเศรษฐกิจที่กำลังเป็นย่ำแย่อยู่ในขณะที่กำลังเป็นอยู่ลำพังรอพึ่งทางภาครัฐคงจะรอไม่ไหว ประเทศชาติคงจะไม่ได้พัฒนากันอีกต่อหวังว่าพวกเราทุกคนคงจะมีแนวคิดที่จะช่วยกันแชร์ความรู้ที่เรามีเพื่อให้คนรอบข้างหรือสังคมของเราได้มีบทบาทมากขึ้น

A23Y0736

4

mm2

OTOP สินค้าส่งออกเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจไทย

otop3

     OTOP เป็นสินค้าอีกหนึ่งประเภทที่มียอดส่งออกจากต่างประเทศและยังช่วยให้เศรษฐกิจไทย ฟื้นตัวได้อย่างรวดเร็ว สินค้า OTOP หลักๆที่ส่งออกก็คือ การแปรรูปอาหารส่งออก เช่นการแปรรูปผลไม้อย่างมะม่วงที่ทั่วโลกให้การยอมรับว่าผลไม้ไทย อร่อยที่สุดในโลก ด้วยความคิดของกลุ่มแม่บ้านอย่างหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ ที่สามารถนำรายได้เข้าสู่หมู่บ้านของตนเอง และยังช่วยให้คนท้องถิ่นมีอาชีพ มีรายได้ และส่งเสริมเศรษฐกิจของไทยไปในตัว การแปรรูปผลไม้และชาวต่างชาติสนใจมากก็คือ มะม่วงแห้ง ซึ่งผลิตภัณฑ์นี้มียอดส่งออกประมาณ 2หมื่นตันต่อปีเพราะเป็นอาหารที่ทานง่าน และพกพาสะดวก และมีอายุนานนับปี ผลไม้ที่แปรรูปอันดับ 2 ที่ส่งออกสูงสุดก็คือกล้วย กล้วยสามารถนำไปแปรรูปออกมาได้มากมาย เช่นกล้วยอบน้ำผึ่ง กล้วยตาก แยมกล้วย และอื่นๆอีกมากมาย ทำให้กล้วยไทยนั้นเป็นที่ต้องการในตลาดอย่างมากเนื่องจากเกษตรกรปลูกกล้วยจริงๆจังๆนั้นน้อย และสินค้าที่ส่งออกนั้นไม่เพียงพอต่อการผลิต

pd1     สินค้า OTOP อย่างที่ 3 ก็คือ สิ่งทอสาร เช่นตะกร้า ที่ผลิตมาจากใบหรือก้านของมะพร้าว ใบตาล หรือไม้ไผ่ ซึ่งอาจะมองดูว่ามันสวยแต่ความคงทนอาจจะไม่ค่อยมี แต่ถ้าหากทราบถึงปริมาณการส่งออกละก็อาจจะตกใจ เพราะมียอดส่งออกต่อปี มาเป็นอันดับ 2 รองจากอาหาร เพราะสิ่งทอสาน นั้นไม่ค่อยมีคู่แข่งซักเท่าไร จึงมีความต้องการมากในแถบทวีปยุโรป เพราะถือว่าไม่ใช้เครื่องมือในการผลิต เป็นการผลิตด้วยมือล้วนๆ มีความสวยงาม มีเอกลักษณ์ของความเป็นไทยสามารถนำไปเป็นของฝากไว้กับคืนอื่นได้อีกด้วย หลักๆมี 2 ผลิตภัณฑ์ที่ได้กล่าวไว้เบื้องต้นเพียงเท่านี้ เพราะถือว่า 2 อย่างนี้นั้นสามารถช่วยพัฒนาเศรษฐกิจไทยให้อยู่รอดได้หลังจากภาวะเศรษฐกิจฝืดเคืองมานานหลายปี

 

พัฒนาเศรษฐกิจไทยด้วยการเกษตร

IMG_3748

เกษตรกรไทยยุคใหม่ ใช้ความคิดดัดแปลงเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจไทย เกษตรกรยุคนี้เป็นยุคดิจิตอลและมีความรู้ในสิ่งที่สมัยเก่านั้นอาจจะต้องล้มเลิกบางความคิดออกไป บางสิ่งที่ใหม่กว่าและดีกว่าอาจจะช่วยเพิ่มปริมาณและผลผลิตได้ดีกว่า สังเกตได้ว่าเกษตรกรสมัยนี้ค่อนข้างที่จะมีฐานะมากกว่าเมื่อก่อนมากเพราะมีความรู้จากเด็กรุ่นใหม่ๆที่คิด หรือประดิษฐ์สิ่งที่ไม่คาดคิดออกมาได้ อย่างเช่นการปลูกมะนาว สมัยนี้ขาวสาวรวยกว่าพนักงานออฟฟิศอย่าเรามาก เพราะการ ปลูกมะนาว นั้นถือว่าเป็นพืชเศรษฐกิจได้เลย และมีการส่งออกไปสู่ทั่วโลก มะนาวไทยยังมีดีกว่าต่างประเทศมาก ทั้งถูกและดี ส่วนวิธีการเพิ่มผลผลิตของมะนาวนั้น จากปรกติจะใช้สารเคมี หรือการฉีดยาฆ่าแมลงกันซะเป็นส่วนใหญ่ แต่สมัยนี้ชีวิธีกำจัดแมลงด้วยปุ๋ยชีวภาพ ใช้สิ่งที่เราเหลือมาหมักจนเกิดก๊าซธรรมชาติ เช่น เศษอาหาร มูลสัตว์ เศษใบไม้ต่างๆ นำมาหมักและผสมให้เข้ากับสารที่เตรียมไว้ ก็เป็นอันเสร็จหมักไว้ประมาน 3-6 เดือนก็สามารถใช้งานได้ เช่นนำไปฉัดตามใบอ่อนหรือยอดของมะนาว เพียงเท่านี้แมลงที่คอยจะมากัดกิ่งหรือก่อกวนการเจริญเติบโตของมะนาว ก็จะหนีหรือตายไปด้วยสารธรรมชาติจากปุ๋ยชีวภาพ และปุ๋ยนี้ยังช่วยในการเจริญเติบโตของพืชที่เราปลูกทุกชนิชอีกด้วย และนี่คือความคิดยุคใหม่ที่ใช้ เศษใบไม้ใบหญ้าที่ทิ้งไว้มาผสมจนได้สารที่มีคุณภาพและประโยชน์สูงสุด

12924271ส่วนชาวนาไทยสมัยนี้ก็ถือว่าประสบความสำเร็จมากกว่าเมื่อก่อนมาก เพราะมีการเพาะพันธ์ข้าวหลากหลายสายพันธุ์เพิ่มมากขึ้น และยอดส่งออกนั้นถือว่าเป็นอันดับ 1 ของโลกเลยก็ว่าได้ ข้าวไทยหรือข้าวหอมมะลิไทย หลักๆชาวนาจะเป็นคนปลูกตามภาคอีสานและทางภาคเหนือซะเป็นส่วนใหญ่ ข้าวไทยมีคุณภาพจนทั่วโลกให้การยอมรับในคุณภาพ และคุณประโยชน์ เนื่องจากมีทั้งข้าวขาวและดำ ข้าวดำคือ พันธุ์ข้าวที่ถูกเพาะพันธุ์ขึ้นมาใหม่และมีประโยชน์มากกว่า ชื่อที่แท้จริงคือ ข้าวหอมไรซ์เบอรี่ หรือที่เรียกกันอีกอย่างว่า ข้าวหอมนิล นั่นเองข้าวก็ถือว่าเป็นพืชเศรษฐกิจอีกอย่างที่ช่วยให้ประเทศไทยได้ส่งออกกันตลอดทั้งปีและช่วยพัฒนาเศรษฐกิจไทยด้วยการเกษตรอีกด้วย

เศรษฐกิจไทยแบบนี้ทำอาชีพอะไรดี

online

     ยุคนี้สมัยนี้ ต้องบอกเลยนะครับว่าทำอะไรก็ลำบากหากท่านจะเริ่มทำอะไรหรือคิดว่าจะออกจากงานเพื่อจะไปทำงานที่ตนเองรัก และอยากเป็นอิสระละก็ หยุดคิดก่อนเลยครับ เพราะเศรษฐกิจไทยในยุคนี้ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป พ่อค้าแม้ค้าที่มีรายได้มีพอมีพอกิน กับต้องหันไปประกอบอาชีพอื่นเพื่อให้ชีวิตครอบครัวดีกว่าเมื่อก่อน ราคาข้าวของเครื่องใช้ ต่างๆล้วนมีราคาเพิ่มขึ้นอีกเท่าตัว มีเงิน 100 บาทเมื่อก่อนซื้ออาหารได้ 2-3 มื้อในเงินจำนวนนี้ แต่สมัยนี้ 100 บาทออกไปแค่หน้าปากซอยก็หมดแล้วครับ แถมยังไม่ได้อะไรติดไม้ติดมามาด้วยเลย การที่เราอยากจะทำอาชีพอะไรในตอนนี้ก็เห็นจะเป็น อาชีพ ขายของออนไลน์นั่นแหละครับ การขายของออนไลน์นั้นบางคนอาจจะมองว่ายาก เพราะต้องใช้งานอินเตอร์เน็ตซะเป็นส่วนใหญ่ บางคนไม่ถนัดหรืออาจจะไม่เคยเล่นคอมพิวเตอร์เลย การจะขายของออนไลน์นั้นต้องคำนึงถึงผู้บริโภคเป็นหลัก สิ่งของที่จะนำไปขายให้แก่ลูกค้าต้องเป็นสินค้าที่เรามีความรู้และความเข้าใจหากลูกค้าถามอาจจะต้องตอบและอธิบายให้ลูกค้าฟังอย่างระเอียด

facebook-commerce     การขายของออนไลน์ นั้นมีข้อดีมากมายครับ ซึ่งแตกต่างกับแม่ค้าตามตลาดนัดทั่วไปมาก อย่างแรกเลยที่เห็นๆ คือไม่ต้องเสียค้าเช่าที่ เราสามารถขายของออนไลน์ในพื้นที่ส่วนตัวของเราได้เลย ไม่ต้องมานั่งเสียรายวันวันละ 200-300 บาทและยังไม่รู้ว่าจะขายได้หรือไม่อีกด้วย ข้อดีอย่างที่ 2 คือการตั้งราคาที่สูงกว่าท้องตลาดได้ ข้อได้เปรียบในการตั้งราคาสูงได้คือ ลูกค้าสามารถยอมจ่ายในราคาที่แพงได้หากสินค้าแบบที่ต้องการไม่มีขายในแหล่งที่เขาอยู่ นี่แหละครับ การตั้งราคาสูงกว่า ไม่ใช่ข้อเสียนะครับ กลับกลายเป็นสินค้าที่ดูแล้วมีมูลค่าและที่สำคัญ ไม่มีขายในตลาดแหล่งที่ลูกค้าต้องการ หากแพงกว่ากันไม่ถึงร้อย ลูกค้าก็จะตัดสินใจซื้อได้ทันที