แบ่งปันความรู้สู่ท้องถิ่นพัฒนาเศรษฐกิจต่อไป

     การแบ่งปันความรู้ต่างๆย่อมเป็นผลดีเสมอเพราะความรู้บางครั้งอาจได้มาจากการทดลอง ได้มาจากหนังสือ ได้มาจากตัวเราเอง หรือประสบการณ์ต่างๆที่สั่งสมไว้ อาจจะเป็นบทเรียนที่ในโรงเรียนไม่มีสอน นั่นคือความรู้ที่จะต้องนำมาช่วยเหลือและพัฒนาเศรษฐกิจต่อไป พูดถึงเรื่องการแบ่งปันความรู้นั้นมีหลายวิธีครับ อย่างเช่นการอบรมในท้องถิ่นต่างๆ ให้ความรู้แก่ชุมชน ฝึกอาชีพให้ชุมชนมีความรู้และนำไปพัฒนาชุมชนต่อไป การแบ่งปันความรู้ต่อมาคือ การเขียนหนังสือ ในสิ่งที่ตนเองรู้ เพื่อกระจายความรู้ให้แก่ผู้อ่าน สื่อการเรียนการสอนควรมีสื่อประเภทนี้ไว้ในโรงเรียนทุกโรงเรียนเพราะเป็นการอธิบายในรูปแบบหรือวิธีการใหม่ๆ นอกเหนือจากการเรียนแบบเก่าๆซึ่งจะได้ประโยชน์และเข้าใจได้มากกว่าการเรียนการสอนแบบเดิมๆ เปิดฝึกวิชาชีพขั้นพื้นฐานต่างๆ เช่นการประกอบอาหาร สอนให้ชุมชนนั้นๆทำอาหารได้ เพื่อนำอาชีพไปเลี้ยงครอบครัวในภายภาคหน้า ฝึกชุมชนให้ใช้คอมพิวเตอร์เป็นมากขึ้นเพราะในโลกอินเตอร์นั้นมีความรู้สะสมไว้เป็นจำนวนมาก และชุมชนก็ยังมีสิทธิที่จะสานต่อความรู้ที่ได้รับอีกด้วย สิ่งที่กล่าวมาคือการแบ่งปันความรู้ในท้องถิ่นเพื่อช่วยพัฒนาเศรษฐกิจของไทยที่กำลังย่ำแย่อยู่ในขณะนี้ให้ดีขึ้น หากพวกเราไม่ช่วยกันแบ่งความรู้ต่างๆให้แก่ชุมชน ชุมนมก็ไม่จะไม่แสวงหาความรู้เข้าตัวและก็ไม่มีแนวคิดที่จะพัฒนาตนเองและพัฒนาประเทศอีกต่อไปหากชุมชนมีความความแข็งแรงผมหวังว่าพวกเราทุกคนจะมีแรงผลักดันและสู้กับปัญหาเศรษฐกิจที่กำลังเป็นย่ำแย่อยู่ในขณะที่กำลังเป็นอยู่ลำพังรอพึ่งทางภาครัฐคงจะรอไม่ไหว ประเทศชาติคงจะไม่ได้พัฒนากันอีกต่อหวังว่าพวกเราทุกคนคงจะมีแนวคิดที่จะช่วยกันแชร์ความรู้ที่เรามีเพื่อให้คนรอบข้างหรือสังคมของเราได้มีบทบาทมากขึ้น

A23Y0736

4

mm2

OTOP สินค้าส่งออกเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจไทย

otop3

     OTOP เป็นสินค้าอีกหนึ่งประเภทที่มียอดส่งออกจากต่างประเทศและยังช่วยให้เศรษฐกิจไทย ฟื้นตัวได้อย่างรวดเร็ว สินค้า OTOP หลักๆที่ส่งออกก็คือ การแปรรูปอาหารส่งออก เช่นการแปรรูปผลไม้อย่างมะม่วงที่ทั่วโลกให้การยอมรับว่าผลไม้ไทย อร่อยที่สุดในโลก ด้วยความคิดของกลุ่มแม่บ้านอย่างหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ ที่สามารถนำรายได้เข้าสู่หมู่บ้านของตนเอง และยังช่วยให้คนท้องถิ่นมีอาชีพ มีรายได้ และส่งเสริมเศรษฐกิจของไทยไปในตัว การแปรรูปผลไม้และชาวต่างชาติสนใจมากก็คือ มะม่วงแห้ง ซึ่งผลิตภัณฑ์นี้มียอดส่งออกประมาณ 2หมื่นตันต่อปีเพราะเป็นอาหารที่ทานง่าน และพกพาสะดวก และมีอายุนานนับปี ผลไม้ที่แปรรูปอันดับ 2 ที่ส่งออกสูงสุดก็คือกล้วย กล้วยสามารถนำไปแปรรูปออกมาได้มากมาย เช่นกล้วยอบน้ำผึ่ง กล้วยตาก แยมกล้วย และอื่นๆอีกมากมาย ทำให้กล้วยไทยนั้นเป็นที่ต้องการในตลาดอย่างมากเนื่องจากเกษตรกรปลูกกล้วยจริงๆจังๆนั้นน้อย และสินค้าที่ส่งออกนั้นไม่เพียงพอต่อการผลิต

pd1     สินค้า OTOP อย่างที่ 3 ก็คือ สิ่งทอสาร เช่นตะกร้า ที่ผลิตมาจากใบหรือก้านของมะพร้าว ใบตาล หรือไม้ไผ่ ซึ่งอาจะมองดูว่ามันสวยแต่ความคงทนอาจจะไม่ค่อยมี แต่ถ้าหากทราบถึงปริมาณการส่งออกละก็อาจจะตกใจ เพราะมียอดส่งออกต่อปี มาเป็นอันดับ 2 รองจากอาหาร เพราะสิ่งทอสาน นั้นไม่ค่อยมีคู่แข่งซักเท่าไร จึงมีความต้องการมากในแถบทวีปยุโรป เพราะถือว่าไม่ใช้เครื่องมือในการผลิต เป็นการผลิตด้วยมือล้วนๆ มีความสวยงาม มีเอกลักษณ์ของความเป็นไทยสามารถนำไปเป็นของฝากไว้กับคืนอื่นได้อีกด้วย หลักๆมี 2 ผลิตภัณฑ์ที่ได้กล่าวไว้เบื้องต้นเพียงเท่านี้ เพราะถือว่า 2 อย่างนี้นั้นสามารถช่วยพัฒนาเศรษฐกิจไทยให้อยู่รอดได้หลังจากภาวะเศรษฐกิจฝืดเคืองมานานหลายปี

 

พัฒนาเศรษฐกิจไทยด้วยการเกษตร

IMG_3748

เกษตรกรไทยยุคใหม่ ใช้ความคิดดัดแปลงเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจไทย เกษตรกรยุคนี้เป็นยุคดิจิตอลและมีความรู้ในสิ่งที่สมัยเก่านั้นอาจจะต้องล้มเลิกบางความคิดออกไป บางสิ่งที่ใหม่กว่าและดีกว่าอาจจะช่วยเพิ่มปริมาณและผลผลิตได้ดีกว่า สังเกตได้ว่าเกษตรกรสมัยนี้ค่อนข้างที่จะมีฐานะมากกว่าเมื่อก่อนมากเพราะมีความรู้จากเด็กรุ่นใหม่ๆที่คิด หรือประดิษฐ์สิ่งที่ไม่คาดคิดออกมาได้ อย่างเช่นการปลูกมะนาว สมัยนี้ขาวสาวรวยกว่าพนักงานออฟฟิศอย่าเรามาก เพราะการ ปลูกมะนาว นั้นถือว่าเป็นพืชเศรษฐกิจได้เลย และมีการส่งออกไปสู่ทั่วโลก มะนาวไทยยังมีดีกว่าต่างประเทศมาก ทั้งถูกและดี ส่วนวิธีการเพิ่มผลผลิตของมะนาวนั้น จากปรกติจะใช้สารเคมี หรือการฉีดยาฆ่าแมลงกันซะเป็นส่วนใหญ่ แต่สมัยนี้ชีวิธีกำจัดแมลงด้วยปุ๋ยชีวภาพ ใช้สิ่งที่เราเหลือมาหมักจนเกิดก๊าซธรรมชาติ เช่น เศษอาหาร มูลสัตว์ เศษใบไม้ต่างๆ นำมาหมักและผสมให้เข้ากับสารที่เตรียมไว้ ก็เป็นอันเสร็จหมักไว้ประมาน 3-6 เดือนก็สามารถใช้งานได้ เช่นนำไปฉัดตามใบอ่อนหรือยอดของมะนาว เพียงเท่านี้แมลงที่คอยจะมากัดกิ่งหรือก่อกวนการเจริญเติบโตของมะนาว ก็จะหนีหรือตายไปด้วยสารธรรมชาติจากปุ๋ยชีวภาพ และปุ๋ยนี้ยังช่วยในการเจริญเติบโตของพืชที่เราปลูกทุกชนิชอีกด้วย และนี่คือความคิดยุคใหม่ที่ใช้ เศษใบไม้ใบหญ้าที่ทิ้งไว้มาผสมจนได้สารที่มีคุณภาพและประโยชน์สูงสุด

12924271ส่วนชาวนาไทยสมัยนี้ก็ถือว่าประสบความสำเร็จมากกว่าเมื่อก่อนมาก เพราะมีการเพาะพันธ์ข้าวหลากหลายสายพันธุ์เพิ่มมากขึ้น และยอดส่งออกนั้นถือว่าเป็นอันดับ 1 ของโลกเลยก็ว่าได้ ข้าวไทยหรือข้าวหอมมะลิไทย หลักๆชาวนาจะเป็นคนปลูกตามภาคอีสานและทางภาคเหนือซะเป็นส่วนใหญ่ ข้าวไทยมีคุณภาพจนทั่วโลกให้การยอมรับในคุณภาพ และคุณประโยชน์ เนื่องจากมีทั้งข้าวขาวและดำ ข้าวดำคือ พันธุ์ข้าวที่ถูกเพาะพันธุ์ขึ้นมาใหม่และมีประโยชน์มากกว่า ชื่อที่แท้จริงคือ ข้าวหอมไรซ์เบอรี่ หรือที่เรียกกันอีกอย่างว่า ข้าวหอมนิล นั่นเองข้าวก็ถือว่าเป็นพืชเศรษฐกิจอีกอย่างที่ช่วยให้ประเทศไทยได้ส่งออกกันตลอดทั้งปีและช่วยพัฒนาเศรษฐกิจไทยด้วยการเกษตรอีกด้วย

เศรษฐกิจไทยแบบนี้ทำอาชีพอะไรดี

online

     ยุคนี้สมัยนี้ ต้องบอกเลยนะครับว่าทำอะไรก็ลำบากหากท่านจะเริ่มทำอะไรหรือคิดว่าจะออกจากงานเพื่อจะไปทำงานที่ตนเองรัก และอยากเป็นอิสระละก็ หยุดคิดก่อนเลยครับ เพราะเศรษฐกิจไทยในยุคนี้ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป พ่อค้าแม้ค้าที่มีรายได้มีพอมีพอกิน กับต้องหันไปประกอบอาชีพอื่นเพื่อให้ชีวิตครอบครัวดีกว่าเมื่อก่อน ราคาข้าวของเครื่องใช้ ต่างๆล้วนมีราคาเพิ่มขึ้นอีกเท่าตัว มีเงิน 100 บาทเมื่อก่อนซื้ออาหารได้ 2-3 มื้อในเงินจำนวนนี้ แต่สมัยนี้ 100 บาทออกไปแค่หน้าปากซอยก็หมดแล้วครับ แถมยังไม่ได้อะไรติดไม้ติดมามาด้วยเลย การที่เราอยากจะทำอาชีพอะไรในตอนนี้ก็เห็นจะเป็น อาชีพ ขายของออนไลน์นั่นแหละครับ การขายของออนไลน์นั้นบางคนอาจจะมองว่ายาก เพราะต้องใช้งานอินเตอร์เน็ตซะเป็นส่วนใหญ่ บางคนไม่ถนัดหรืออาจจะไม่เคยเล่นคอมพิวเตอร์เลย การจะขายของออนไลน์นั้นต้องคำนึงถึงผู้บริโภคเป็นหลัก สิ่งของที่จะนำไปขายให้แก่ลูกค้าต้องเป็นสินค้าที่เรามีความรู้และความเข้าใจหากลูกค้าถามอาจจะต้องตอบและอธิบายให้ลูกค้าฟังอย่างระเอียด

facebook-commerce     การขายของออนไลน์ นั้นมีข้อดีมากมายครับ ซึ่งแตกต่างกับแม่ค้าตามตลาดนัดทั่วไปมาก อย่างแรกเลยที่เห็นๆ คือไม่ต้องเสียค้าเช่าที่ เราสามารถขายของออนไลน์ในพื้นที่ส่วนตัวของเราได้เลย ไม่ต้องมานั่งเสียรายวันวันละ 200-300 บาทและยังไม่รู้ว่าจะขายได้หรือไม่อีกด้วย ข้อดีอย่างที่ 2 คือการตั้งราคาที่สูงกว่าท้องตลาดได้ ข้อได้เปรียบในการตั้งราคาสูงได้คือ ลูกค้าสามารถยอมจ่ายในราคาที่แพงได้หากสินค้าแบบที่ต้องการไม่มีขายในแหล่งที่เขาอยู่ นี่แหละครับ การตั้งราคาสูงกว่า ไม่ใช่ข้อเสียนะครับ กลับกลายเป็นสินค้าที่ดูแล้วมีมูลค่าและที่สำคัญ ไม่มีขายในตลาดแหล่งที่ลูกค้าต้องการ หากแพงกว่ากันไม่ถึงร้อย ลูกค้าก็จะตัดสินใจซื้อได้ทันที